กระดานสนทนาวัดท่าขนุน


กลับไป   กระดานสนทนาวัดท่าขนุน > ห้องธรรมะพระอาจารย์ > เรื่องเล่าต่าง ๆ โดยพระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ) > อีหรอบเดียวกัน

Notices

อีหรอบเดียวกัน อีหรอบเดียวกัน โดยพระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ)

ตอบ
 
คำสั่งเพิ่มเติม
  #1  
เก่า 16-04-2017, 17:10
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default อีหรอบเดียวกัน ตอนที่ ๗


ต้องพึ่งน้ำร้อนในห้องน้ำตามเคย..!

วันศุกร์ที่ ๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๖


เครื่องปรับอากาศเปิดไว้ที่ ๑๕ องศาเซลเซียส แต่แปลกตรงที่ว่าอาตมาตื่นขึ้นมาด้วยความร้อน แถมยังแสบตาไปหมด ที่แสบตานั้นเป็นเพราะหลวงพ่อพระครูเรืองไม่ปิดไฟก่อนนอน แต่ที่ร้อนและเจ็บคอตลอดจนเป็นแผลในปาก ๑ จุด คงเป็นเพราะกินแต่นมแต่เนยจนร้อนในเป็นแน่ เช้านี้หลวงพ่อพระครูเรืองนอนเงียบไม่กรนเลยสักแอะเดียว...

ลุกไปเข้าห้องน้ำ เสร็จแล้วกรอกน้ำร้อนเข้าไป ๓ แก้วรวด จากนั้นมานอนภาวนาชักยันต์น้ำมนต์รักษาโรค แต่ดูท่างานนี้จะหนักแน่เพราะเริ่มไอแล้ว น่าจะเป็นเพราะเครื่องปรับอากาศที่เปิดไว้เป็นเครื่องทำความร้อนหรือเปล่า ? จึงลุกไปปิดแล้วมานอนต่อ...

พักเดียวก็ร้อนจะแย่ จึงต้องไปเปิดเครื่องใหม่ พร้อมกับเปิดหน้าต่างช่วย แต่ก็ยังร้อนอยู่ดี เพียงแต่อากาศภายนอกไหลเข้ามาเย็นสดชื่นมาก ทำให้จมูกโล่งขึ้น แต่การนอนไม่ค่อยถนัดนัก ตะแคงซ้ายก็เจ็บสะโพก ตะแคงขวาก็เจ็บส้นเท้าข้างที่พอง นอนภาวนาจนได้คาถานะมะพะทะ ๑๕ จบ อิติปิ โสฯ ๓ ห้อง ๗ จบ คาถาชินบัญชร ๒ จบ ก็ลุกขึ้นมาเปิดเครื่องโน้ตบุ๊กทำงาน...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4062.jpg (76.1 KB, 1080 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 101 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #2  
เก่า 17-04-2017, 03:18
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ทิวทัศน์แม่น้ำจากกลางสะพาน

พิมพ์บันทึกประจำวันแบบย่อจนครบแล้ว ก็เซฟข้อมูล ปิดเครื่องโน้ตบุ๊ก ลุกไปล้างหน้าล้างตาแต่งตัวใหม่ อากาศข้างนอกน่าจะหนาวมาก อาตมาจึงเอากางเกงขายาวลองจอห์นมาใส่ พร้อมกับเสื้อแขนยาวที่เข้าชุดกัน เสื้อผ้าชุดนี้แม่ป๋อมหามาให้ ใส่ทั้งเสื้อทั้งกางเกงแล้วไม่คุ้นเอาเสียเลย หลวงพ่อพระครูเรืองตื่นขึ้นมาตอนนี้เอง เห็นอาตมาแต่งตัวเต็มยศเตรียมสู้ความหนาว จึงเอ่ยปากขอยืมเสื้อกันหนาวสักตัว เพราะว่าท่านไม่ได้เตรียมมาเผื่อความหนาวขนาดนี้ อาตมาเอาทั้งเสื้อขนสัตว์และเสื้อกันหนาวผ้าร่มให้ไปเผื่อไว้สองตัว...

บอกกับท่าน ผอ. โรงเรียนปริยัติรังสรรค์ว่า จะกลับมาตอนเวลาอาหารเช้า ให้ท่านลงไปรอที่ห้องอาหารเลย แล้วลงลิฟท์ไปข้างล่าง แทนที่จะเลี้ยวซ้ายออกไปทางหน้าเคาน์เตอร์ อาตมากลับเลี้ยวขวาออกประตูหลังที่เป็นกระจกไปแทน อากาศด้านนอกเย็นเฉียบจนรู้สึกแสบจมูก ด้านหลังโรงแรมนี้มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่าน ทางโรงแรมตั้งเก้าอี้นอนและชุดโต๊ะเก้าอี้พร้อมร่มกันแดดเอาไว้หลายสิบชุด...

ถ่ายรูปบรรดาโต๊ะเก้าอี้ริมน้ำไปแล้ว เห็นทางขวามือมีสะพานใหญ่ทอดข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งตรงข้าม อาตมาจึงเดินเลาะไปตามริมน้ำที่เป็นเขื่อนดูแข็งแรงมาก บนสันเขื่อนมีเป็ด Mallard Duck นอนพักอยู่สามตัว แต่เป็น “หนึ่งหญิงสองชาย” เป็ดสาวตัวนี้เสน่ห์แรงไม่เบานะนี่ เมื่อไปจนถึงกลางสะพานแล้ว อาตมาก็จัดการถ่ายรูปแม่น้ำและทิวทัศน์ทั้งสองฝั่งของสะพานเอาไว้...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4073.jpg (63.3 KB, 1044 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 93 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #3  
เก่า 17-04-2017, 19:04
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ตามถ่ายรูปจนหงส์คู่นี้รำคาญว่ายน้ำหนีไปเลย

ทางทิศตะวันออกซึ่งก็คือฝั่งซ้ายของสะพาน เริ่มมีแสงเงินแสงทองขึ้นจับตีนฟ้า ข้ามไปถึงฝั่งตรงข้ามแล้วอาตมาก็หันกลับมาถ่ายรูป “โรงแรมตาหมากรุก” ที่พวกเราพักเอาไว้ด้วย จึงได้เห็นว่ามีสะพานขนาดเล็กสำหรับคนเดินโดยเฉพาะ คู่ขนานอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าสะพานใหญ่ลงไปมาก ใต้สะพานใหญ่มีป้ายบอกทางขนาดเล็กเป็นภาษาเยอรมัน ถ่ายรูปป้ายแล้วอาตมาเดินเลี้ยวขวาเลาะข้างแม่น้ำไป ด้านนี้มีลานจอดรถสำหรับลากเรือเป็นการเฉพาะ แปลว่ารถอื่น ๆ จอดตรงนี้ไม่ได้...

มีหงส์ขาวสองตัวกำลังว่ายน้ำไซ้หาอาหารอยู่ริมตลิ่ง อาตมาตามถ่ายรูปจนทั้งสองตัวรำคาญ จึงว่ายน้ำตัดข้ามฝั่งไปเลย ฮ่า..! “แม่น้ำสายนี้ชื่อว่าแม่น้ำอาเร่อ (Area) ครับ” เสียงของ “ลุงหนวด” ดังขึ้นโดยไม่ปรากฏหน้าหล่อ ๆ ออกมาให้เห็น โชคดีที่อาตมาเคยชินกับเรื่องแบบนี้มานานแล้ว จึงไม่ได้ตกใจจนกระโดดลงแม่น้ำไปแบบที่คนทั่วไปควรจะเป็น “เป็นภาษาเยอรมันหรือ ?” ที่ถามแบบนี้เพราะเห็นแต่ป้ายภาษาเยอรมัน “ถูกแล้วครับ”....

“อาตมาควรจะไปทางไหนดี ?” มัคคุเทศก์ล่องหนยังไม่ยอมแสดงตน มาแต่เสียงว่า “ทางด้านซ้ายแล้วข้ามถนนขึ้นไปบนเนินโน่นครับ” อาตมามองไปตามทางที่ได้รับคำแนะนำ เห็นมีอาคารเก่า ๆ สไตล์บาร็อกหน้าตาคล้ายปราสาทยุคเก่าอยู่ด้วย จึงเดินไปอย่างไม่ลังเล “แคว้นนี้มีความเชื่อและความสัมพันธ์กับเลข ๑๑ จนได้ชื่อว่าเมืองแห่งเลข ๑๑ ครับ” มัคคุเทศก์ผู้มาแต่เสียง บรรยายเหมือนกับใส่หูฟังอย่างไรก็อย่างนั้นเลย...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4089.jpg (83.0 KB, 1011 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 86 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #4  
เก่า 18-04-2017, 03:02
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


หมู่ถังขยะรวมมิตร

“เหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าในแคว้นนี้มีอยู่ ๑๑ เมือง มีหอคอยตรวจการณ์ ๑๑ แห่ง มีโบสถ์ ๑๑ หลัง มีบ่อน้ำพุโบราณ ๑๑ บ่อ มิหนำซ้ำยังเข้าร่วมกับสหพันธรัฐสวิตเซอร์แลนด์ในลำดับที่ ๑๑ อีกด้วย” มีเมืองก็ต้องหอคอย มีโบสถ์ มีบ่อน้ำ ไม่เห็นจะอัศจรรย์ตรงไหนเลย ส่วนที่เข้าร่วมเป็นรัฐที่ ๑๑ นั่นก็บังเอิญพอดีมากกว่าละมั้ง ? “ท่านจะว่าอย่างนั้นก็ได้ครับ” ภาษิตจีนว่า พบเรื่องอัศจรรย์ ไม่เห็นความอัศจรรย์ ความอัศจรรย์ย่อมหมดไปเอง ฮ่า..!

เลาะข้างแม่น้ำที่มีม้านั่งไม้ขนาดเตียงนอนตั้งอยู่เป็นระยะ ไปจนถึงหมู่ถังขยะสเตนเลสเงาวาววับ ตั้งเรียงเป็นตับอยู่ถึง ๖ ใบอยู่ข้างลานจอดรถอีกฟากของถนน ยังสงสัยว่าทำไมไม่ตั้งให้กระจายไปทั่ว ๆ กัน เล่นเอามากองรวมอยู่ที่เดียว แถมยังอยู่ตีนเนินแบบนี้ สะดวกแค่ตอนรถมาเก็บไปทิ้งเท่านั้น แต่คนเอาขยะลงมาทิ้ง ต้องแบกขยะลงมาแล้วตะกายเนินกลับขึ้นไป หรือว่าเป็นนโยบายบังคับให้ชาวบ้านออกกำลังก็ไม่รู้ ?

อาคารสไตล์บาร็อกบนเนินน่าจะเป็นโบสถ์ฝรั่ง อาตมาถ่ายรูปไว้แล้วเดินขึ้นเนินด้านหลังหมู่ถังขยะ ซึ่งมีพื้นที่ว่างรกเป็นป่าธรรมชาติอยู่หลายตารางวา พื้นที่ไปสิ้นสุดอยู่ที่อาคารทรงสี่เหลี่ยมติดกระจกโดยรอบ มีต้นไม้ดอกที่อาตมาไม่รู้จัก กับแปลงดอกหญ้าคล้าย ๆ ดอกเดซี่ขนาดจิ๋ว และน้ำพุที่ทำเป็นรูปคนแบกถังไวน์ แล้วมีไวน์รั่วออกมาเป็นน้ำพุตั้งอยู่ด้วย เมื่อเดินเลาะไปอีกหน่อยก็เป็นบ้านสไตล์บาร็อกทรงโบราณมาก บางบ้านมีหอคอยอยู่บนหลังคา ที่ผนังบ้านหลายหลังมีต้นตีนตุ๊กแกขึ้นคลุมจนเกือบมิด หลายบ้านมีจักรยานจอดอยู่ด้วย...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4114.jpg (96.1 KB, 996 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 87 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #5  
เก่า 18-04-2017, 17:38
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


แดงเขียวเหมือนกับขึ้นพร้อมกัน แล้วจะให้ไปอย่างไรวะ ?

สุดพื้นที่ป่าธรรมชาติเป็นถนนที่มีป้ายเขตชุมชน ให้ระวังเด็กและใช้ความเร็วรถไม่เกิน ๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซ้ำยังมีป้ายห้ามวิ่งตั้งแต่หนึ่งทุ่มถึงหกโมงเช้าอีกด้วย ไฟสัญญาณจราจรของที่นี่มีแค่สองสีเท่านั้น ข้างบนเป็นสีแดง ข้างล่างเป็นสีเขียว ซึ่งตอนนี้ติดอยู่ทั้งคู่ แปลว่าให้หยุดพร้อมกับไปหรืออย่างไรก็ไม่รู้ ? บริเวณถนนของทางขึ้นเนิน มีเสาปักอยู่ไม่ให้รถยนต์ผ่าน ช่องว่างระหว่างเสาพอที่คนหรือจักรยานผ่านไปได้เท่านั้น...

เดินขึ้นเนินไปตามถนนที่เป็นหินสี่เหลี่ยมก้อนเล็ก ๆ ฝังเต็มพื้นดิน ตามแบบนิยมของทางยุโรป ที่ช่วยดูดซึมน้ำเวลาฝนตกหรือหิมะละลาย ไปได้หน่อยเดียวก็เป็นลานกว้าง ซึ่งมีน้ำพุที่ยอดเป็นรูปสิงโตหน้าเศร้า เพราะถูกปั้นในท่ารวบขาเหมือนกับเสาหัวเม็ดทรงมัณฑ์ของบ้านเรา น้ำพุไหลออกไปตามท่อสัมฤทธิ์เล็ก ๆ ที่ยื่นออกไปทั้งสองฝั่ง ลงไปในอ่างใหญ่ด้านล่าง มีถาดสังกะสีอยู่ใต้ท่อ ปลูกต้นเจอเรเนียมสีแดงสดเอาไว้จนเต็มถาด...

ลานกว้างนี้อยู่ด้านหน้าอาคารสองชั้นรูปทรงปิดทึบ มีภาษาอังกฤษเขียนว่า NATUR MUSEUM น่าจะเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ซึ่งตอนนี้ทั้งบ้านรอบข้างและพิพิธภัณฑ์ปิดเงียบ น่าจะเปิดสักเก้าโมงหรือสิบโมงโน่นเลย มองไปรอบทิศทางแล้ว อาตมาเป็นหนูน้อยพเนจร โดดเดี่ยวเดียวดายอยู่คนเดียว ไม่มีแม้แต่หมาหรือแมวสักตัวโผล่มาให้เห็น เหนือประตูบ้านหลายแห่ง มีป้ายทำด้วยโลหะดัดลวดลาย ติดรูปสัญลักษณ์ประมาณป้ายยี่ห้อหรือตราประจำตระกูลเอาไว้ บางแห่งก็เป็นรูปนาฬิกา หรือมีดทำครัวที่บอกชัดว่าร้านนี้ทำอะไรขายบ้าง...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4113.jpg (70.5 KB, 961 views)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 18-04-2017 เมื่อ 19:53
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 83 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #6  
เก่า 19-04-2017, 01:49
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


หน้าร้านซึ่งจำหน่ายสารพัดเครื่องเหล็กโดยเฉพาะมีดพับสารพัดประโยชน์

หน้าร้านหลายแห่งเป็นห้องกระจกแสดงสินค้า มีทั้งตุ๊กตาแบบด้ายถัก ตุ๊กตาผ้าขนสัตว์ ผ้าพันคอ ฯลฯ ร้านหนึ่งที่หน้าร้านใหญ่มาก แสดงมีดพับสารพัดประโยชน์ยี่ห้อ Victorinox สารพัดขนาดสารพัดใบมีด รวมไปถึงเครื่องมือช่างและเครื่องใช้ไม้สอยในครัวเรือน ตลอดจนมีดทำครัวด้วย น่าเสียดายว่าร้านยังไม่เปิด ไม่สามารถเข้าไปเลือกซื้อสินค้าได้ ถัดไปทางขวามือ เป็นโรงแรมและภัตตาคารที่มีตรามงกุฎฝรั่งเป็นสัญลักษณ์ มีป้ายเขียนว่า HOTEL KRONE & RESTAURANT ซึ่งก็ยังปิดสนิทเช่นกัน...

มองตรงไปข้างหน้ามีตู้ฝากและเบิกเงินอัตโนมัติของธนาคาร RAIFFEISEN สองตู้ ตรงนี้เป็นสามแยก อาตมาเลี้ยวขวาเลาะข้างโรงแรมไป ด้านนี้เป็นเนินลาดสูงขึ้น มีโบสถ์ขนาดใหญ่มากตั้งอยู่ แปลว่าอาคารที่อาตมาเห็นว่าเป็นโบสถ์นั้น น่าจะเป็นแค่บ้านคนทั่วไป หน้าโบสถ์มีบันไดขนาดใหญ่แยกเป็นซ้ายขวาขึ้นไปหลายสิบขั้น มีรูปปั้นหรือสลักของนักบุญยืนอยู่บนแท่นข้างบันไดด้านละ ๑ องค์ ซึ่งด้านล่างรูปปั้นนั้นเป็นอ่างน้ำพุ โบสถ์หลังนี้ก็ปิดเงียบเหมือนกับที่อื่น ๆ...

อาตมาเดินผ่านด้านข้างของโบสถ์ ตรงไปตามถนนที่พาไปสู่ประตูทางออก ที่เป็นวงโค้งอยู่ภายใต้กำแพงของอาคารที่คล้ายกับหอคอย หรือว่าเป็นป้อมรักษาการณ์บนกำแพง ที่พื้นซึ่งฝังหินลูกเต๋าเป็นลายครึ่งวงกลมซ้อน ๆ กันอยู่นั้น มีส่วนที่เป็นดินวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางสักเมตรเศษ ๆ มีไม้ดอกไม้ประดับต้นเล็ก ๆ หลายชนิดปลูกอยู่ มีผู้ชายเดินสวนมาสองคน เมื่อเห็นอาตมาก็ทำหน้าตาท่าทางประหลาดใจมาก “Good morning.” อาตมาทักทายก่อน “Morning.” ทั้งสองตอบมาแบบสั้นมากก่อนที่จะเดินเลยไปตามทางของตน...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4122.jpg (71.6 KB, 929 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 82 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #7  
เก่า 19-04-2017, 16:44
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


โมเดลของเมืองนี้

มาถึงประตูทางออกซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกำแพงแล้วเล็กมาก น่าจะทำไว้เพื่อความสะดวกในการป้องกันเมืองสมัยก่อน ความสูงของประตูประมาณม้าวิ่งผ่านออกไปได้ ถ้ายืนม้าอุดประตูไว้ ข้าศึกคิดที่จะทะลวงเข้าไปภายใน ก็ต้องข้ามศพคนรักษาประตูไปก่อน ด้านหน้าประตูเป็นถนนซึ่งมีต้นไม้ยืนเป็นระเบียบ ยาวเหยียดไปทางทิศตะวันออก ที่ตอนนี้แสงเงินแสงทองกลายเป็นสีส้ม อาบตีนฟ้าจนเป็นสีส้มแดงผืนใหญ่แล้ว...

ตรงหน้าไม่มีอะไรน่าสนใจ แต่ทางด้านซ้ายมือที่เหมือนกับเป็นสวนสาธารณะ มีกำแพงขนาดใหญ่รายล้อมอาคารที่เหมือนกับปราสาทเอาไว้ เมื่อเดินใกล้เข้าไปก็เจอน้ำพุใสแจ๋วที่ไหลออกมาจากท่อสัมฤทธิ์ขนาดประมาณ ๑ นิ้ว ผ่านรางสังกะสีที่ขึ้นสนิมเขรอะลงไปสู่อ่างน้ำขนาดใหญ่ บ้านเมืองในยุโรปนี่เขาไม่มีก๊อกเปิดปิดหรืออย่างไรก็ไม่รู้ ? เจอกี่แห่งก็ปล่อยน้ำพุไหลแบบอิสระตลอดเวลา ไม่มีการปิดเพื่อประหยัดน้ำกันบ้างเลย...

ใกล้กับน้ำพุเป็นโมเดลเมืองนี้ ไม่ทราบว่าทำมาจากวัสดุอะไร หน้าตาเหมือนหล่อขึ้นมาจากโลหะสัมฤทธิ์ แต่ให้รายละเอียดครบถ้วนมาก อาคารทุกหลังที่อาตมาเดินผ่านมา ปรากฏอยู่ในโมเดลนี้ทั้งสิ้น ปราสาทที่อยู่ตรงหน้าอาตมานั้น อยู่ขอบเมืองด้านตะวันออก แปลว่าเมื่อมาถึงบริเวณนี้ ตัวเมืองก็สิ้นสุดลง หรือไม่ถ้าดูจากหอคอยและกำแพงแล้ว สมัยก่อนอาจจะเป็นการเริ่มต้นเข้าสู่เมืองก็เป็นได้...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4142.jpg (98.9 KB, 899 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 82 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #8  
เก่า 20-04-2017, 02:25
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


กำแพงปราสาทกับคูเมือง

ถ่ายรูปโมเดลเอาไว้แล้ว อาตมาก็เดินเลาะกำแพงปราสาท ถ่ายรูปไปหลายมุม เมื่อมาถึงทางด้านในสุด เป็นคูเมืองชั้นหนึ่งก่อนที่จะเข้าถึงกำแพงปราสาท เมื่อเดินขึ้นจากคูเมืองไปก็เป็นถนนลาดยางใหม่ ๆ ที่ตลอดสองฝั่งถนนเป็นต้นเมเปิลขนาดเล็ก อายุประมาณ ๕ – ๖ ปี มีรถไถแบบสมัยใหม่จอดอยู่คันหนึ่ง แต่ไม่เห็นมีใครสักคน อาตมารู้สึกปวดปัสสาวะขึ้นมา มองซ้ายมองขวาก็หาห้องน้ำไม่ได้ จึงเดินหลบไปหลังต้นไม้ใหญ่ นึกขอขมาท่านเจ้าที่เจ้าทาง ก่อนที่จะรูดลองจอห์นลงเพื่อปลดทุกข์เบาซึ่งกำลังคุกคามอยู่ อูย...อากาศเย็นมาก..!

ใส่สบงมาเกือบสามสิบปี มาเจอกางเกงเข้าจะถอดจะใส่รู้สึกประดักประเดิดไปหมด เสร็จธุระแล้วเห็นด้านหลังต้นไม้นี้มีอนุสาวรีย์เป็นฐานวงกลม กว้างประมาณ ๒ เมตร สูงขึ้นไปเกือบหัวไหล่ ด้านบนเป็นรูปปั้นทหารที่นั่งพับเพียบ จับดาบที่ปักเอาไว้บนพื้น มีรายชื่อสลักเอาไว้รอบฐาน น่าจะเป็นวีรชนที่สละชีพเพื่อป้องกันเมืองนี้ อาตมาน้อมจิตอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้กล้าทุกท่าน แต่ที่ “สาธุ” ดังลั่นกลับเป็น “ท่านนายพล” ซึ่งไม่ปรากฏตัว เฮ้ย..เมื่อกี้แอบดูหรือเปล่าวะ ?

บันทึกภาพอนุสาวรีย์แล้วอาตมาก็เดินเลาะซ้ายมือของป้อมปราการไป ด้านนี้เป็นสวนสาธารณะกว้างใหญ่ มีน้ำพุเป็นรูปหัวแกะอีกหนึ่งแห่ง ริมสวนเป็นตัวอาคารเหมือนกับสถานที่ราชการที่ปิดเงียบ ดูทรงแล้วน่าจะประมาณศาลาว่าการของเมือง ด้านหน้าศาลาเป็นอ่างน้ำพุสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ยาวเกือบสามสิบเมตร มีน้ำพุพุ่งกระจายเป็นฝอยอยู่ตลอดเวลา...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4150.jpg (81.8 KB, 880 views)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย วสันต์วิษุวัต : 21-09-2017 เมื่อ 09:32
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 81 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #9  
เก่า 20-04-2017, 13:55
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


อาคารส่วนหนึ่งจะมียอดโดมหรือหอคอยเหมือนปราสาทสโนว์ไวท์

ทบทวนภาพโมเดลในหัวแล้ว เดินผ่านศาลาว่าการเมืองไปทางขวา มีอาคารใหญ่อีกหลายแห่งที่กำแพงมาจรดกัน แต่ที่กำแพงมีประตูเล็กให้ลอดไปได้ อาคารส่วนหนึ่งจะมีโดมหรือหอคอยยอดแหลม ๆ แบบปราสาทสโนว์ไวท์ สูงบ้างต่ำบ้าง ทำให้ดูอลังการมีเสน่ห์ทั้งที่เก่าแก่ทึบทึม ผ่านต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่ “เป็นมะเร็ง” เพราะว่ามีปุ่มปมขนาดใหญ่อยู่กลางต้น แล้วมุดผ่านประตูกำแพงไปแบบไม่ต้องกลัวหลง เนื่องจากจำแบบจำลองได้ ถ้าจำไม่ได้ก็ถามมัคคุเทศก์ล่องหนเอาก็ได้...

กำแพงฝั่งนี้มี “ช่างกล” มาพ่นสีสเปรย์เอาไว้ เป็นรูปหัวหมาบ้าง รูปยุงบ้าง เล่นพ่นเอาไว้ตรงป้ายห้ามเสียเลย ผู้ที่พ่นสีหรือเขียนกำแพงนี้น่าจะเกิดเป็นหมาบ่อย ไปไหนมาไหนจึงต้อง “เยี่ยวรด” เป็นเครื่องหมายเอาไว้กันหลงทาง ผ่านซอยเล็ก ๆ หลุดออกมาสู่ถนนที่พาลงเนินมา เจอกับน้ำพุอีกแล้ว แต่อันนี้เป็นท่อน้ำเรียบ ๆ ไม่มีลวดลาย ติดอยู่กับแท่นที่ดูเหมือนกับป้ายหน้าหลุมศพ ปล่อยน้ำไหลลงไปในอ่างรูปครึ่งวงกลม น้ำใสสะอาดน่าดื่ม แต่เย็นจนสะดุ้ง...

พื้นแถวนี้ไม่ได้ฝังหินลูกเต๋าแบบส่วนอื่น ๆ แต่ฝังหินแม่น้ำกลมแบนเอาไว้ผืนใหญ่ เลาะตามอาคารที่ปิดเงียบไปไม่ไกลก็เจอกับน้ำพุอีกแห่งหนึ่ง เป็นท่อเล็ก ๆ ยื่นออกมาจากกำแพง ปล่อยน้ำไหลลงไปในอ่างรูปครึ่งวงกลมตรงมุมกำแพงนั่นเลย ถัดไปเป็นช่องเว้าเหมือนกับที่ยืนยามรักษาการณ์ แต่ตอนนี้ในช่องนั้นกลายเป็นที่จอดรถจักรยานไปแล้ว ผ่านอาคารสามชั้นอีกหลังหนึ่ง ซึ่งมียอดหอคอยแหลมเปี๊ยบเหมือนกับปลายทวนของอัศวิน ด้านข้างอาคารหลังนี้เป็นที่ว่างซึ่งเป็นสวนสาธารณะ มีต้นไม้ใหญ่ ๆ เล็ก ๆ ขึ้นอยู่เต็มพื้นที่...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4159.jpg (71.7 KB, 858 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 77 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #10  
เก่า 21-04-2017, 02:10
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ป้ายบอกทางที่มีนาฬิกาอยู่ด้วย

เดินตามทางที่ลาดลงไปจนถึงอาคารที่เหมือนกับตึกแถว ซึ่งมีถนนแยกไปซ้ายขวาเหมือนกับสามแยก ที่หน้าอาคารมีรูปปั้นอัศวินโบราณมือขวาถือธงมือซ้ายถือโล่ รูปปั้นนี้ลงสีไว้สวยงามมาก ยืนอยู่บนแท่นน้ำพุ ที่มีน้ำพุพุ่งออกมาจากท่อสัมฤทธิ์สองฝั่ง โดยปลายท่อยื่นออกมาจากหน้ายักษ์หนวดเครารุงรัง หรือจะเป็นหน้าสิงห์ก็ไม่รู้ บนท่อนั้นมีรูปเหมือนกับงูหรือปลาไหลมีปีก ตัวงูหรือปลาไหลโค้งอย่างอ่อนช้อย ปากของทั้งสองตัวคือปลายท่อที่พ่นน้ำพุลงสู่อ่างข้างล่าง...

เดินลงเนินไปอีกหนึ่งช่วงตึก มาโผล่ที่ถนนสายหน้าโบสถ์ ที่ป้ายบอกทางมีนาฬิกาติดอยู่ด้วย บอกเวลาหกโมงห้านาทีแล้ว อาตมาจึงเดินลงเนินไปจนถึงริมแม่น้ำ แล้วเลี้ยวขวาไปตามถนน มีชายคนหนึ่งเดินลงเนินมาจากทางอีกเส้น เมื่ออาตมาทักว่า “Good morning.” ก็ได้รับคำตอบมาแค่ “Morning.” ตามเคย น่าจะเป็นการทักทายตามปกติของพวกเขาแถวนี้ แต่ก็รู้สึกว่าคนของเขาประหยัดคำพูดดีเหลือเกิน...

มาถึงสะพานข้ามแม่น้ำอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งมองไปทางซ้ายมือจะเห็นโรงแรมรามาดาและสะพานอันแรกที่อาตมาข้ามฝั่งมาห่างออกไปไม่ไกลนัก แสงแดดกำลังจัดจ้าส่องลงแม่น้ำเป็นเกล็ดระยิบระยับตา ลมแม่น้ำเย็นเฉียบจนบาดหน้าพัดมาค่อนข้างแรง เดินข้ามไปถึงฝั่งเดียวกับโรงแรมเป็นที่ดินว่างเปล่าเหมือนกับสวนสาธารณะร้าง ริมสวนมีรูปหล่อสัมฤทธิ์เปลือยของผู้หญิง ที่มือขวาถือวัตถุหงิกงอเหมือนสายฟ้าของเทพซูสในเทพปกรณัมกรีก อยู่ใกล้กับต้นไม้ใหญ่ที่ทรงใบคล้ายกับยางนาของบ้านเรา แต่ดูบอบบางกว่ามาก...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4179.jpg (88.0 KB, 821 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 77 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #11  
เก่า 22-04-2017, 02:45
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ริมแม่น้ำอาเร่อท่ามกลางความหนาว

ถัดไปเป็นลานคอนกรีตกว้างขวาง จากริมแม่น้ำไปจนถึงด้านหลังอาคารยาวแห่งหนึ่ง กว้างเกือบเท่าสนามฟุตบอลมาตรฐาน ซึ่งดูผิดปกติเพราะไม่เคยเห็นพื้นที่แบบนี้มาก่อน เพราะเท่าที่ผ่านตามา ถ้าไม่ใช่สวนสาธารณะซึ่งพื้นเป็นดินเป็นหญ้า ก็จะเป็นพื้นฝังหินลูกเต๋าไปเลย เมื่อเลาะริมแม่น้ำมาถึงกลุ่มต้นไม้ที่เพิ่งแตกใบใหม่ บริเวณนี้เป็นสวนสาธารณะแน่ มีม้านั่งอยู่ตามใต้ต้นไม้หลายตัว ซ้ำยังมีตู้กระจกใส่หนังสือสูงสี่ชั้น ที่มีหนังสือสารพัดให้หยิบไปอ่านได้ด้วย...

เดินผ่านถนนซอยสายหนึ่งไปก็เป็นพื้นที่ต่อเนื่องของด้านหลังโรงแรมรามาดา ซึ่งมีชุดนั่งเล่นทั้งแบบโซฟาสีแดงและแบบโต๊ะอาหารกลางแจ้ง วางเรียงรายไว้ให้ลูกค้าได้ใช้บริการ จะนั่งอาบแดด นั่งอ่านหนังสือ นั่งสูบบุหรี่ (มีที่เขี่ยบุหรี่วางไว้ให้ด้วย) หรือสั่งอาหารมากินกันกลางแดดก็น่าจะได้ ตอนนี้ลูกค้าที่เห็นก็คือพวกเราเองทั้งนั้น...

ท่านประธานรุ่น พระครูกุ้ยไฮ้ พระครูโจ มหานพพล ท่านอาจารย์ ดร.พิเชฐ ท่านอาจารย์ ดร.วันชัย กำลังหามุมถ่ายรูปกันอยู่ โดยมีสันผนังคอนกรีตริมแม่น้ำเป็นที่นั่ง แต่ที่นี่สันคอนกรีตหนาเกือบสองฟุต จึงไม่น่าหวาดเสียวนัก อาตมาส่งกล้องให้พระครูปรีชาที่เพิ่งเดินมากับท่านไพฑูรย์ ให้ช่วยถ่ายรูปให้ด้วย แล้วก็ถ่ายให้ทั้งสองท่านบ้าง ก่อนที่จะเดินไปนั่งบนเบาะเย็นเจี๊ยบของโซฟา รู้สึกหนาวจนต้องเอามือซุกเข้าไปในจีวร...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4196.jpg (72.1 KB, 783 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 77 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #12  
เก่า 23-04-2017, 15:58
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


อาหารจัดไว้เป็นหมวดหมู่ดูน่ากินมาก

ใบฎีกาวรัญญูเดินมานั่งพร้อมกับคำถามว่า “ไปถึงไหนมาครับ ?” อาตมาชี้ไปที่ฝั่งตรงข้าม บอกว่าไปเดินดูเมืองเก่าฝั่งโน้นมา “ผมเห็นตอนอาจารย์เดินข้ามสะพานไปแล้ว ผมเลยเดินเลาะฝั่งไปข้ามสะพานอันซ้ายนี้แทน แต่พอขึ้นไปในเมืองเก่ากลับไม่เจอกัน” ก็ฝั่งโน้นกว้างขวางไม่เบา มิหนำซ้ำอาตมายังเดินออกนอกกำแพงเมืองไป แล้วค่อยอ้อมเป็นวงใหญ่กลับมา ถ้าเจอกันโลกนี้ก็คงจะแคบเกินไปแล้วล่ะ...

“นิมนต์ฉันเช้าค่ะ” เสียง “หญิงใหญ่” ที่เปิดประตูกระจกของโรงแรม ยื่นหน้าออกมาตะโกนมาแบบไม่ต้องเกรงใจใคร พวกเราจึงเดินพาเหรดกันเข้าไปในห้องอาหาร นอกจากสะอาดสะอ้านกว้างขวางแล้ว เขายังจัดอาหารต่าง ๆ ไว้เป็นหมวดหมู่ดูน่ากินมาก มี่ทั้งพวกอาหารหนักอย่างมันฝรั่งบด เบคอน ไส้กรอก ไข่ดาว ฯลฯ แล้ว ยังมีพวกซีเรียล โยเกิร์ต นมสด น้ำผลไม้ ขนม และผลไม้อีกหลายชนิด พูดง่าย ๆ ว่ามีทั้งอาหารร้อนอาหารเย็นครบครัน...

อาตมาหยิบจานไปตักมันฝรั่งบด เบคอน ไส้กรอก มะเขือเทศทอดเนย และเนื้อปลาแซลมอน เอาไปวางจองที่นั่งไว้ก่อน แล้วหยิบจานของหวานไปตักขนมประเภทฟรุตเค้กมาสองชิ้น หยิบแอปเปิลติดมือมา ๑ ลูกใหญ่ เพิ่งจะนั่งลงคุณโอเล่ก็เอาถาดกาแฟและน้ำผลไม้มาเสิร์ฟให้ ปกติอาตมาไม่ฉันพวกน้ำในระหว่างมื้ออาหาร แต่ก็หยิบเอาน้ำแอปเปิลถ้วยเล็กมาเพื่อรักษาน้ำใจ ไม่อย่างนั้นแล้วอาจจะมีคนคิดว่าตัวเองบกพร่อง เพราะว่าเสนออะไรอาตมาก็ไม่ค่อยจะรับกับใคร...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4210.jpg (66.3 KB, 730 views)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-04-2017 เมื่อ 21:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 74 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #13  
เก่า 24-04-2017, 03:16
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ของหวานก็น่ากินมาก

ด้วยความเคยชินจากการฝึกในโรงเรียนทหาร ทำให้อาตมากวาดทั้งอาหาร ขนมและผลไม้ ลงท้องหมดเกลี้ยงภายในสามนาที ปิดท้ายด้วยน้ำแอปเปิล เสร็จแล้วขอตัวกับพรรคพวก กลับขึ้นห้องไป แต่งตัวใหม่ให้รัดกุม แล้วหิ้วกระเป๋าลงมานั่งรอในล็อบบี้ วางกระเป๋าจองที่ไว้ใกล้ม้าไม้แกะสลัก แล้วเดินดูรูปสลักและงานศิลป์ต่าง ๆ ตลอดจนนาฬิกาที่มีอยู่รอบด้าน...

พักใหญ่หลวงพ่อพระครูเรืองก็เดินเหงื่อแตกพลั่กมา บอกว่าขึ้นห้องพักไปแต่กดลิฟท์ผิด เลยหลงหาห้องไม่เจอ ต้องขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่สองรอบ จนเจอพรรคพวกที่มาขึ้นลิฟท์ด้วยจึงไปได้ถูก ท่านถอดเสื้อกันหนาวของอาตมาพาดแขนมาเลย แปลว่าร้อนใจจนกายร้อนไปด้วย อาการแบบนี้ก็คงจะคล้ายกับคนหลงป่า ยิ่งตั้งสติไม่ได้ก็ยิ่งเตลิดเปิดเปิงกันไปใหญ่...

เห็นท่านร้อนมากอาตมาจึงทิ้งกระเป๋าเอาไว้ในล็อบบี้ ชวนท่านออกไปนั่งตากอากาศข้างนอก อุตส่าห์เดินไปหาโซฟาตัวที่ไกลสุดแล้ว นอนภาวนาได้ไม่กี่ครั้งกลิ่นบุหรี่ก็ตลบอบอวลอยู่ใกล้ ๆ จะต่อว่าก็ไม่ได้เพราะเป็นที่จัดไว้ให้สูบบุหรี่ได้ จึงต้องยอมลุกเดินหนีกลับเข้าไปในล็อบบี้ใหม่ ตอนนี้พรรคพวกมานั่งกันเต็มเกือบทุกที่นั่งแล้ว พนักงานกำลังขนกระเป๋าไปขึ้นรถ...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4214.jpg (73.3 KB, 711 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 74 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #14  
เก่า 24-04-2017, 14:15
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ภายในห้องน้ำรวมของโรงแรมรามาดา

อาตมาเดินเลยไปเข้า “ห้องน้ำรวม” ที่ไม่ไกลล็อบบี้มากนัก เสร็จแล้วเปิดน้ำจากก๊อกใส่ขวดจนเต็มแล้วเดินออกไปที่รถ นายสันโดษกับคุณโอ๋และคุณโอเล่กำลังตรวจสอบจำนวนกระเป๋า องปลัดที่ออกมาดูกระเป๋าตนเองว่าได้รับการขนขึ้นรถแล้วหรือยัง เดินถอยหลังเพื่อเปิดทางให้กับพนักงานที่เดินหิ้วกระเป๋าสองมือข้อกางมาแต่ไกล แต่ไม่ได้ดูเลยว่าตัวเองกำลังเดินถอยหลังขึ้นไปบนผิวการจราจร..!

อาตมาคว้าแขนเพื่อนนักบวชอนัมนิกาย กระชากจนหัวเกือบจะทิ่มใส่รถ นายสันโดษเห็นรถเก๋งขนาดเล็กเฉียดผ่านไปถึงกับร้องว่า “Oh my god..!“ จะไปโทษรถเก๋งก็ไม่ได้ เพราะว่าคนหันหลังให้ถนน ไม่มีใครเดินข้ามถนนให้ต้องหยุด แต่องปลัดดันเดินถอยหลังขึ้นไป พอเห็นว่ารอดจากการต้องนอนให้สวดกงเต๊กมาได้ องปลัดก็รีบขอบใจเป็นการใหญ่...

“ท่านใดยังไม่ได้คืนกุญแจห้อง ขอคืนด้วยนะครับ” ฮ่า..งานนี้อาตมามัวแต่ช่วยเพื่อนเลยลืมเสียเอง รีบเอากุญแจไปคืนที่เคาน์เตอร์ น้องหนูหน้าตาน่ารักที่ใส่เครื่องแบบพนักงานทับด้วยเสื้อกั๊กสีดำ รวบผมสีทองเป็นจุกอยู่ด้านหลัง ยิ้มแย้มร่าเริง โบกมือพร้อมกับกล่าวคำอำลาว่า “See you again.” ขืนทำตัวน่ารักแบบนี้บ่อย ๆ เดี๋ยวอุ้มกลับเมืองไทยเลยนี่..!
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4222.jpg (52.9 KB, 682 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 74 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #15  
เก่า 25-04-2017, 11:35
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ยอดเขาทิตลิสคือยอดที่สองจากขวามือ (ภาพจากอินเตอร์เน็ต)

“นิมนต์พระอาจารย์ทุกรูปขึ้นรถครับ” เห็นว่าจวนจะแปดโมงแล้ว มัคคุเทศก์รูปหล่อจึงร้องบอกพวกเรา ซึ่งทุกคนก็ไหลตามกันขึ้นไป พระครูญาณฯ ทำเอาแถวหยุดชะงัก เพราะขึ้นมาคาบันได แล้วหันไปโบกมือให้กับน้องหนูที่อุตส่าห์ออกมายืนส่ง จึงเกือบจะถูกพรรคพวกส่งขึ้นรถด้วยบาทาไปแล้ว อาตมาขยับให้ท่านอาจารย์คณบดีซึ่งขึ้นมาทีหลัง เข้าไปยังที่นั่งของท่านทางด้านใน...

เมื่อทั้งพระและฆราวาสเข้าที่เรียบร้อย คุณโอ๋ก็ส่งสัญญาณให้นายสันโดษออกรถได้ พร้อมกับหยิบไมโครโฟนขึ้นมาบรรยายตามหน้าที่ “พระอาจารย์ทุกท่านครับ...วันนี้ผมจะพาทุกท่านไปยังเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของสวิส คือเมืองลูเซิร์น (Luzern) นะครับ ใช้เวลาเดินทางประมาณ ๑ ชั่วโมง ๒๐ นาที เพื่อไปขึ้นชมยอดเขาทิตลิส (Titlis) ซึ่งเป็นยอดเขาหิมะที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของสวิสเซอร์แลนด์ก่อน แล้วจึงไปชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ ต่อไป”

“ทำไมไม่ไปยอดเขา Jungfrau ล่ะ ? ดังกว่าตั้งเยอะ” พระครูกุ้ยไฮ้ส่งเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของเอกบุรุษถามขึ้นมา “เพราะว่ายอดเขาจุงเฟราสูงกว่าและอากาศบางกว่า บางท่านอาจจะเป็นโรคแพ้พื้นที่สูง (Altitude sickness) ซ้ำยังต้องเดินทางไปไกลกว่ามาก ด้วยเวลาที่จำกัดและยอดเขาทิตลิสมีภัตตาคารสำหรับพระอาจารย์ทุกท่านได้ฉันเพลกันครับ ทางบริษัทถึงได้จัดให้พระอาจารย์ทุกท่านไปยังที่นี้” เหตุผลเรื่องกินช่วยให้ทุกคนหมดความสงสัยไปในทันที..!
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg engelberg_0.jpg (99.6 KB, 659 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 72 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #16  
เก่า 25-04-2017, 16:40
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ถนนว่างจนแทบจะผีหลอก

หายกังขาแล้วพวกเราก็เข้าสู่โหมดการทำวัตรเช้า นายสันโดษนำรถวิ่งไปด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ผ่านถนนหนทางที่โล่งจนแทบผีหลอก ยังดีที่ “ผี” มากับคณะของเรา ไม่อย่างนั้นมีหลอนแน่นอน เห็นยอดเขาหิมะที่เดี๋ยวก็อยู่ทางซ้าย เดี๋ยวก็ย้ายไปทางขวา มีป้ายบอกทางอยู่ขวามือเขียนว่า Zurich Luzern Basel อีกป้ายบอกให้แยกขวาไป Bern บางช่วงรถของเราก็ผ่าไปท่ามกลางซอกเขา แล้วหลุดออกมาในพื้นที่ซึ่งสองฝั่งเป็นป่า มีต้นไม้ยืนต้นชะลูดเหมือนกับต้นเสา ทำวัตรเช้าเสร็จอุทิศส่วนกุศลแล้ว อาตมาที่ป่วยไข้ไอค็อกแค็กก็วูบไปตามระเบียบ...

“ไอ้หนู...เป็นอย่างไรบ้าง ?” หลวงพ่อวัดท่าซุงที่เคารพยิ่งถาม เมื่ออาตมา “ขึ้นไป” กราบแทบเท้า “ดูท่าจะแย่ครับ ยิ่งอยู่ต่างประเทศหยูกยาก็ไม่มีเสียด้วย” ครูบาอาจารย์ที่รักยิ่งของอาตมาหัวเราะ “ก็อยากหยิ่งเลิกกินยาเองนี่หว่า ทนเอาก็แล้วกัน” ก็คงได้แต่ทำเช่นนั้นครับ เพราะเบื่อเต็มที กินยามากี่ปีก็ไม่หาย เลิกกินแล้วสุขภาพกลับดีกว่าเสียอีก หลวงพ่อหันไปหา “ท่านนายพล” พลางกำชับว่า “อย่างไรก็ช่วย “เข็น” กลับเมืองไทยให้ได้นะ ยังมีงานที่ต้องใช้ท่านอีกยาว” อาตมาและ “ท่านนายพล” กราบแทบเท้ารับบัญชา แล้วกลับ “ลงมา” ตามเดิม...

“คนสวิสรักเมืองไทยมากนะครับ หนุ่มสวิสทุกคนอยากมีภรรยาเป็นสาวไทย เพราะว่าแต่งงานกับสาวไทยเท่ากับได้สารพัดบุคคลชั้นเยี่ยมไว้ในครอบครอง ได้แก่ ๑. ได้ภรรยา และเป็นภรรยาที่เคารพให้เกียรติสามีมาก ๒. ได้แม่บ้านทำความสะอาดทุกวัน ไม่อย่างนั้นต้องจ้างแม่บ้านมาทำความสะอาด อาทิตย์ละครั้งหรือต้องทำเอง ๓. ได้แม่ครัวทำอาหารร้อนให้กินทุกวัน ปกติฝรั่งจะกินแต่ “อาหารเย็น” แทบจะไม่มีการอุ่นร้อนเลย อาหารจานร้อนต้องเข้าภัตตาคารเท่านั้น ๔. ได้สุดยอดคุณแม่ที่ดูแลลูก ๒๔ ชั่วโมง โดยไม่ต้องไปจ้างใครเลี้ยง สาวไทยจึงเป็นสิ่งที่มีค่าสุด ๆ ในสายตาของหนุ่มสวิส” ลืมตาขึ้นมาก็ฟังเสียงมัคคุเทศก์รูปหล่อบรรยายจ๋อย ๆ อยู่พอดี...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4229.jpg (86.8 KB, 635 views)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 25-04-2017 เมื่อ 16:56
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 73 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #17  
เก่า 26-04-2017, 03:10
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ลาบเป็ด เอ๊ย..แอนดี้ผู้น่าสงสาร (ภาพจากอินเตอร์เน็ต)

“มีอยู่ครอบครัวหนึ่งที่แต่งกับภรรยาคนไทยซึ่งผมรู้จัก สมมุติว่าชื่อ “เจ๊น้อย” นะครับ เจ๊น้อยแต่งมาอยู่สวิสก็ดูแลสามีและเจ้าเป็ดมอลลาร์ดที่ชื่อ “แอนดี้” ซึ่งสามีเลี้ยงเอาไว้ด้วย เมื่อกินอาหารไทยที่แสนจะประทับใจไปหลายมื้อแล้ว คุณสามีก็อยากจะอวดฝีมือลูกสะใภ้ให้พ่อกับแม่ได้ร่วมชื่นชม จึงเชิญพ่อแม่พี่น้องมาปาร์ตี้กัน โดยกำชับเจ๊น้อยว่า ให้ทำอาหารไทยที่เป็นสุดยอดฝีมือมาให้ทุกคนได้ชิมกันหน่อย ขอแค่อย่าให้เผ็ดมากก็แล้วกัน...

เจ๊น้อยก็ปล่อยสุดฝีมือสาวอีสาน ทำอาหารขึ้นโต๊ะมาให้ทุกคนได้ชิมกัน ฝีมือเลิศเลอสมกับที่คุณสามีคุยเอาไว้ มาถึงอาหารจานเด็ดที่รสชาติเปรี้ยวหวานมันเค็มกลมกล่อม และไม่เผ็ดมากอย่างที่ขอเอาไว้ ทุกคนกินกันอย่างมีความสุขมาก ขณะที่กำลังอร่อยอยู่คุณสามีก็ถามว่า อาหารจานนี้คืออะไร ? เจ๊น้อยตอบด้วยความมั่นใจในฝีมือว่า “ลาบเป็ด” ทำเอาคุณสามีสงสัยมาก เพราะในรายการของสดที่ซื้อมาไม่มีเป็ดเลย แล้วภรรยาไปเอามาจากไหน ? “ก็แอนดี้ไงล่ะ..!”

ระเบิดลงครับ..! ทุกคนวางมีดวางช้อน โดยเฉพาะคุณพ่อผัว เดินหนีออกจากโต๊ะอาหารไปเลย ปาร์ตี้ล่มกลางคัน เจ๊น้อยทำอะไรไม่ถูก สงสัยว่าทุกคนเป็นอะไรไป ? จนคุณสามีบอกว่า “ยูจำเอาไว้เลยนะ ว่านี่เป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้าย ถ้ามีอีกเมื่อไรไอจะจับยูข้อหาทารุณสัตว์..!” สามีเจ๊แกเป็นตำรวจครับ เจ๊น้อยร้องไห้จนตาบวมไปหลายวัน คนไทยเราเลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ไว้ ถึงเวลาก็เชือดกินกันเป็นปกติ แต่ฝรั่งไม่ใช่ครับ ยิ่งเป็นสัตว์เลี้ยงที่เขาตั้งชื่อให้ด้วย ก็ยิ่งเหมือนกับคนในครอบครัว ให้เอามาทำอาหารเขาทำใจไม่ได้ครับ เจ๊น้อยเกือบจะหนีกลับเมืองไทยอยู่แล้ว ยังดีที่คุณสามีไม่ถึงกับขับไสไล่ส่ง แต่เจ๊แกคงสาปส่งเป็ดฝรั่งไปตลอดชีวิตเลย”
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg mallard duck.jpg (73.0 KB, 603 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 72 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #18  
เก่า 26-04-2017, 13:19
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


ดูด้วยสายตาแล้วน่าจะเย็นสยอง..!

เรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาดราม่าสุด ๆ แต่ทำไมพวกเราถึงได้ขำกลิ้งกันทุกคนก็ไม่รู้ ? รถวิ่งผ่านอุโมงค์ที่บ้างก็สั้นแค่ไม่กี่สิบเมตร บ้างก็ยาวถึงสองสามกิโลเมตร เป็นอุโมงค์โปร่งบ้าง ทึบบ้าง บางแห่งเป็นสี่เหลี่ยม บางแห่งเป็นครึ่งวงกลม หลุดออกจากอุโมงค์เมื่อไร ยอดเขาหิมะก็จะปรากฏให้เห็นทุกครั้งไป จนชักสังหรณ์ใจพอดีมัคคุเทศก์ล่องหนบอกว่า “ใช่แล้วครับ ท่านกำลังวิ่งอยู่ “ใน” เทือกเขาแอลป์ (Alps) จริง ๆ” เดาหวยทำไมไม่แม่นแบบนี้วะ ? เห็นมุดภูเขา มุดแล้วมุดอีก ก็เลยคิดว่ามุดขนาดนี้แปลว่าต้องอยู่ข้างในเทือกเขา แล้วก็ใช่จริง ๆ เสียด้วย...

บางช่วงมีไม้ซุงกองอยู่อย่างเป็นระเบียบ น่าจะเป็นพวกไม้สน กว่าจะขนออกไปใช้งานได้น่าจะต้องออกแรงกันอีกหลายยก หลุดพ้นเทือกเขาออกมาได้ก็เจอกับแดดจัดจ้า ช่วงนี้เริ่มมีอาคารบ้านเรือนมากขึ้น บางหลังใหญ่โตโอ่อ่าน่าจะเป็นอาคารที่ทำการของราชการ ผ่านวงเวียนที่เป็นรูปลูกกุญแจแต่ถ่ายรูปไว้ไม่ทัน ถนนช่วงนี้วิ่งขนานไปกับทางรถไฟ ซึ่งสำหรับในยุโรปแล้ว การเดินทางด้วยรถไฟจะเป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะว่าสะดวกสบาย ปลอดภัยและตรงเวลามาก...

ผ่านไปไม่นานก็มีลำห้วยน้ำใสแจ๋วโผล่มาข้างทาง สายน้ำไหลตีคู่ไปกับถนน ดูแล้วน่าจะเย็นจนสยอง เพราะว่าไหลมาจากยอดเขาหิมะ “พรุ่งนี้เช้าผมจะมีข้าวต้มถวายพระอาจารย์ทุกท่านนะครับ ฉันอาหารเช้าแบบฝรั่งมาหลายวันแล้ว เดี๋ยวจะลืมข้าวต้มบ้านเรา ทางบริษัทเตรียมกับข้าวต้มมาให้หลายอย่างเลยครับ” มัคคุเทศก์รูปหล่อแจ้งให้พวกเราทราบ “มีแต่ข้าวต้มตอนเช้าหรือ ? แล้ว “ข้าวต้มกลางวัน” มีบ้างมั้ย ?” ท่านอาจารย์หัวหน้าภาควิชาที่ถ่ายภาพเคลื่อนไหวแซวขึ้น เรียกเสียงฮาจากพวกเราลั่นไปทั้งคันรถ...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4239.jpg (95.5 KB, 584 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 73 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #19  
เก่า 27-04-2017, 02:50
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


บรรยากาศข้างนอกน่าจะหนาวมาก

เรื่องอะไรที่เฉียดใกล้ใต้สะดือละชอบกันนัก นายสันโดษนำพาหนะคันเก่งตีโค้งหักข้อศอก แล้วเร่งเครื่องขึ้นเนินเขา ดันมีรถบัสคันใหญ่วิ่งสวนลงมา ดูจากผู้โดยสารบนรถแล้ว น่าจะมาจากแหล่งเที่ยวแถวที่ซึ่งเรากำลังไป ถนนแคบ ๆ ทำเอาทั้งรถเขารถเราใกล้ชิดสนิทสนมกันอย่างน่าหวาดเสียว “ข่าวดีสำหรับพระอาจารย์ทุกท่านครับ ทางเอเย่นต์แจ้งมาว่า เมื่อวานนี้มีหิมะหลงฤดูตกหนัก มาวันนี้ฟ้าเปิดให้ทุกคนได้เที่ยวชมกันอย่างเต็มที่ ถือว่าทุกท่านโชคดีมากเลยครับ” มัคคุเทศก์รูปหล่อรับโทรศัพท์แล้วประกาศให้ทราบ...

“ฝีมือใครกันแน่ ?” อาตมาคาดคั้นกับมัคคุเทศก์ล่องหน “ลุงหนวด” ยื่นหน้ามายิ้มหนวดกระดิก “ถ้าทำวัตรสวดมนต์อุทิศให้พวกผมทุกวันแบบนี้ จะดูหิมะถล่ม แผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิดก็ยังไหวครับ..!” เฮ้ย...ไม่ต้องถึงขนาดนั้น เดี๋ยวชาวบ้านเขาจะเดือดร้อนนนนน..! รถของเราชะลอความเร็วลงไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนความหนาแน่นของรถทั้งที่สวนมาและเราวิ่งตามไป เท่าที่เห็นก็คือรถบัสคันใหญ่แบบของเรากระดืบตามกันไปสามคัน ส่วนที่เหลือโดนรถใหญ่บังจนมองไม่เห็น...

“ข้างนอกดูแล้วหนาวมาก พระครูวิลาศฯ ไหวไหม..?” ใบฎีกาวรัญญูที่เห็นอาตมาป่วยถามขึ้นมา เนื่องจากอาตมาย้ายที่นั่งเพื่อถ่ายรูป แล้วมาแปะอยู่กับท่านพอดี “ผมเคยเจออากาศ ๒.๕ องศาเซลเซียสในป่าทองผาภูมิมาแล้ว น่าจะพอไหว คิดถึง “คุณนายแสบ” หมาของผมว่ะ หน้าหนาวคุณเธอจะมีขนขึ้นอีกชั้นหนึ่งจนตัวกลม น่าเอามาทำชุดกันหนาวหนังหมามาก...!” ไม่รู้ว่าคุณนายเธอจะจามเพราะเจ้านาย “คิดถึง” หรือเปล่า ?
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4241.jpg (69.9 KB, 548 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 73 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
  #20  
เก่า 28-04-2017, 05:02
สุธรรม's Avatar
สุธรรม สุธรรม is offline
ผู้ตรวจการณ์เว็บวัดท่าขนุน - ยืนยันตัวตนแล้ว
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 2,474
ได้ให้อนุโมทนา: 106,872
ได้รับอนุโมทนา 539,650 ครั้ง ใน 7,358 โพสต์
สุธรรม is on a distinguished road
Default


รูปหมู่ริมห้วยที่ขาดพระครูโจไปคนเดียว

กระทบกับอากาศที่หนาวจัดทำเอาอาตมาทำท่าจะไข้มาลาเรียกำเริบ ต้องรีบกลับขึ้นรถไปล้วงเอาหมวกไหมพรมและผ้าพันคอออกมาใช้งาน เห็นแสงแดดจัดจ้าประกอบกับพวกเราต้องขึ้นยอดเขาหิมะ จึงเอาแว่นกันแดดมาใส่ด้วย ลงจากรถแล้วตรงไปที่ริมห้วยด้วยความระมัดระวัง เพราะถ้าลื่นตกลงไปมีหวังจบเห่หนาวตายเป็นแน่ ทดลองเอามือจุ่มลงไปในน้ำดู บรื๊อววส์...ชาวาบจนเหมือนกับไม่มีมือเหลืออยู่เลย ต้องรีบเช็ดมือกับผ้าพันคอ แล้วจึงเอากล้องออกมาถ่ายรูป แหม..นิ้วแข็งจนแทบจะกดปุ่มถ่ายรูปไม่ได้...

ท่านอาจารย์คณบดีซึ่งใส่หมวกไหมพรมจนหน้าตาดูเหมือนเด็กวัยรุ่น ยืนที่ริมห้วยให้ท่านอาจารย์ ดร.วันชัยถ่ายรูปให้ ตามมาด้วยท่านประธานรุ่น พระครูสันติฯ พระครูด็อกเตอร์ จนรูปเดี่ยวเริ่มกลายเป็นรูปหมู่เล็ก ๆ พอใบฎีกาวรัญญูกับพระครูวิสุทธฯ มาสมทบอีก ท่านประธานรุ่นก็เลยตะโกนเรียกทุกคนให้มาถ่ายรูปร่วมกัน อาตมาส่งกล้องให้กับ “หญิงใหญ่” แล้วไปนั่งอยู่ที่แถวหน้าขวาสุด คุณโอ๋มัคคุเทศก์สุดหล่อก็วิ่งเข้ามาร่วมเฟรมกับพวกเราด้วย ท่านอาจารย์ ดร.พิเชฐ ท่านอาจารย์ ดร.วันชัย คุณโอเล่ กับ “หญิงใหญ่” รับกล้องไปคนละหลายตัว ทำหน้าที่ช่างภาพ...

ถ่ายรูปเสร็จก็สลายกลุ่ม เดินตามคุณโอ๋ไปทางสำนักงานท่องเที่ยว เพิ่งจะเห็นว่าพระครูโจมาอยู่ทางนี้ “มาทำอะไรที่นี่ครับ ? เลยไม่ได้ถ่ายรูปหมู่ด้วยกัน” ท่านเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดกาญจนบุรีทำหน้าเมื่อย “ปวดฉี่ครับ ต้องรีบมาหาที่ระบาย เลยตกสำรวจ” ก็น่าเห็นใจ เพราะเรื่องแบบนี้ช้าไม่ได้เสียด้วย มัคคุเทศก์รูปหล่อที่หายเข้าไปในสำนักงาน กลับออกมาพร้อมกับตั๋วสำหรับกระเช้าลอยฟ้าขึ้นยอดเขา เอามาแจกให้กับพวกเราคนละใบ...
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg IMG_4247.jpg (98.1 KB, 497 views)

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สุธรรม : 28-04-2017 เมื่อ 05:03
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 69 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ สุธรรม ในข้อความที่เขียนด้านบน
แสดง/ซ่อน รายชื่อผู้อนุโมทนา
ตอบ

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ : 1 คน ( เป็นสมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
 
คำสั่งเพิ่มเติม

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 00:30



ค้นหาในเว็บวัดท่าขนุน

เว็บวัดท่าขนุน Powered by vBulletin
Copyright © 2000-2010 Jelsoft Enterprises Limited.
ความคิดเห็นส่วนตัวทุก ๆ ข้อความในเว็บบอร์ดนี้ สงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของข้อความ ไม่อนุญาตให้คัดลอกออกไปเผยแพร่ นอกจากจะได้รับคำอนุญาตจากเจ้าของข้อความอย่างชัดเจนดีแล้ว